ประตูบานเปิดคู่แม่ลูก หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆว่า “ประตูบานแม่ลูก” คือ ประตูบานเปิดคู่ที่บานสองข้างกว้างไม่เท่ากันโดยตั้งใจ เหมาะกับช่องเปิดหน้าบ้านที่กว้างเกินบานเปิดเดี่ยว แต่ยังไม่กว้างพอที่จะใช้ประตูบานเปิดคู่ บทความนี้จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขนาดประตูบานแม่ลูกที่เหมาะสม มีวัสดุอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ รวมถึงคุณสมบัติของลายไม้
- ประตูบานเปิดคู่แม่ลูกคืออะไร?
- Tip: ประตูบานแม่ลูกภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร
- ขนาดมาตรฐานประตูบานแม่ลูก
- วัสดุลายไม้สำหรับประตูบานแม่ลูก
- ประตูบานแม่ลูกคุณภาพดีราคาเท่าไหร่ เลือกซื้อจากที่ไหนดี
- ประตูบานแม่ลูก vs บานเปิดคู่ทั่วไป ต่างกันอย่างไร?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประตูบานแม่ลูก
- ประตูบานแม่ลูกน้ำหนักเท่าไหร่ ติดตั้งเองได้หรือไม่?
- บานแม่ลูกกันน้ำกันฝนสาดได้ดีแค่ไหน
- ประตูบานแม่ลูกใช้กระจกแบบไหนปลอดภัยที่สุด
ประตูบานเปิดคู่แม่ลูกคืออะไร?
ประตูบานแม่ลูกมีบานกว้างสองข้างไม่เท่ากัน บานที่กว้างกว่าเรียกว่าบานแม่ ใช้เปิดปิดประจำวันและติดตั้งลูกบิดพร้อมกุญแจหลัก ส่วนบานแคบเรียกว่าบานลูก ล็อกด้วยกลอนบนและกลอนล่าง เปิดเฉพาะเมื่อต้องขนของชิ้นใหญ่เข้าออก
เหตุผลที่แยกเป็นบานแม่ลูกแทนบานเดี่ยวขนาดใหญ่ เพราะบานเปิดอลูมิเนียมหนึ่งบานไม่ควรกว้างเกิน 1.00 เมตร มิฉะนั้นบานพับจะรับน้ำหนักเกินจนบานหย่อนตัว ช่องเปิดกว้าง 1.20 ถึง 1.40 เมตรจึงนิยมแบ่งเป็นบานแม่ราว 1.00 เมตรและบานลูกส่วนที่เหลือ ส่วนช่องเปิดตั้งแต่ 1.40 เมตรขึ้นไปจึงเหมาะกับบานคู่เท่ากัน ทั้งนี้ขนาดหน้าประตู 120 เซนติเมตรที่นิยมตามความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยก็ทำได้เฉพาะรูปแบบบานแม่ลูกเท่านั้น
Tip: ประตูบานแม่ลูกภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร
ประตูบานเปิดคู่แม่ลูก ภาษาอังกฤษเรียกว่า unequal double door หรือ active-inactive leaf pair โดยบานแม่คือ active leaf และบานลูกคือ inactive leaf คำเหล่านี้มีประโยชน์เวลาสั่งซื้อสินค้านำเข้าหรือดูแคตตาล็อกต่างประเทศ ซึ่งมักระบุเป็น unequal pair แทนคำว่าแม่ลูกที่ผู้ผลิตไทยใช้กัน

ขนาดมาตรฐานประตูบานแม่ลูก
ขนาดประตูบานแม่ลูกที่นิยมใช้อยู่ที่ความกว้างรวม 1.20 ถึง 1.40 เมตร และสูง 2.00 ถึง 3.00 เมตร ซึ่งกว้างกว่าบานเดี่ยว (0.70 ถึง 1.00 เมตร) แต่ยังไม่ถึงบานคู่เท่ากันที่เริ่มจาก 1.40 เมตรขึ้นไป สัดส่วนระหว่างบานแม่กับบานลูกมีตั้งแต่ 70:30 ถึง 83:17 ตัวอย่างที่พบบ่อยคือช่องเปิด 1.20 เมตร แบ่งเป็นบานแม่ราว 1.00 เมตรและบานลูกราว 0.20 เมตร ส่วนมาตรฐานโรงงานญี่ปุ่น เช่น TOSTEM มักใช้สัดส่วนใกล้เคียง 2:1 ซึ่งเปิดบานลูกใช้งานได้จริงมากกว่า
วัสดุลายไม้สำหรับประตูบานแม่ลูก
วัสดุที่นิยมใช้ทำประตูลายได้แก่ เช่น ประตูไม้ ประตูยูพีวีซี ประตูเหล็กแบบพิเศษกันสนิม และประตูอลูมิเนียมลายไม้ อาจใช้กระบวนการพ่นสีฝุ่นแล้วระเหิดลายไม้ให้ฝังอยู่ในเนื้อสี ไม่ใช่การติดสติกเกอร์ที่มักซีดจางภายใน 1 ถึง 2 ปี อาจมีใบรับรอง QUALICOAT และ QUALIDECO ที่แบ่งเกรดตามการตากแดดจริง ความหนาเนื้ออลูมิเนียม 1.6 ถึง 1.8 มิลลิเมตรตามมาตรฐาน มอก. 284-2560
KHome Solution เป็นตัวแทนจำหน่ายประตูบานเปิดแม่ลูกลายไม้ GIESTA by TOSTEM เหมาะสำหรับงานบานเปิดภายนอก พื้นที่ให้บริการของเราครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง เช่น ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง

ประตูบานแม่ลูกคุณภาพดีราคาเท่าไหร่ เลือกซื้อจากที่ไหนดี
ประตูบานเปิดแม่ลูกอลูมิเนียมราคาแบรนด์พรีเมียมเกรดญี่ปุ่น เช่น TOSTEM Giesta อยู่ที่ประมาณ 75,000 ถึง 150,000 บาทต่อชุด (ไม่รวมค่าติดตั้งราคาประมาณชุดละ 5,000-6,000 บาท ค่าขนส่งตามระยะทาง และค่ามือจับอัตโนมัติ FamiLock) ราคาจะสูงกว่าบานเดี่ยวขนาดใกล้เคียงราว 45 ถึง 50% เพราะต้องเพิ่มบานที่สอง กลอนบนล่าง และวงกบที่เสริมความแข็งแรง แต่ยังประหยัดกว่าบานเปิดคู่ซึ่งมีราคาอยู่ที่ชุดละ 90,000 ถึง 190,000 บาท
อีกทางเลือกคือใช้ประตูบานแม่ลูกที่ช่างตามพื้นที่ผลิตตามสั่ง ค่าวัสดุประตูจะลดลงเหลือเริ่มต้นที่ประมาณ 50,000-60,000 บาทต่อชุด บวกค่าติดตั้งต่างหาก อย่างไรก็ตาม เกรดคุณภาพของวัสดุประตูและอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้มักจะไม่ดีเท่ากับแบรนด์ญี่ปุ่นแท้
ประตูบานแม่ลูก vs บานเปิดคู่ทั่วไป ต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ขนาดของบานทั้ง 2 ข้าง ตารางด้านล่างเปรียบเทียบประตูบานแม่ลูกกับบานเปิดคู่ในด้านต่างๆ ได้แก่ สัดส่วนบาน ขนาดวงกบ การใช้งานประจำวัน อุปกรณ์ที่ใช้ และลักษณะงานออกแบบ
| หัวข้อ | บานเปิดคู่แม่ลูก | บานเปิดคู่ทั่วไป (บานเท่ากัน) |
|---|---|---|
| สัดส่วนบาน | สองบานกว้างไม่เท่ากัน มักอยู่ที่ประมาณ 70:30 ถึง 83:17 (บานแม่กว้าง บานลูกแคบ) | เท่ากันทั้งสองข้าง แต่ละบานกว้างประมาณ 0.60-1.00 เมตร |
| ขนาดวงกบที่เหมาะสม | ประมาณ 1.20-1.40 เมตร | ประมาณ 1.40-2.00 เมตร (นิยมที่ 1.60 / 1.80 / 2.00 เมตร) |
| การใช้งานประจำวัน | เปิดเฉพาะบานแม่เป็นหลัก บานลูกล็อกด้วยกลอนบน-ล่างและเปิดเฉพาะเมื่อต้องขนของชิ้นใหญ่ | เปิดใช้งานได้ทั้งสองบานตามปกติ |
| ฮาร์ดแวร์และการล็อก | กุญแจและมือจับหลักอยู่ที่บานแม่ บานลูกใช้กลอนบน-ล่างยึดแน่นแทนลูกบิด | ต้องมีชุดล็อกสำหรับทั้งสองบาน ทำให้ใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์มากกว่า |
| ลักษณะงานออกแบบ | เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ต้องการความไม่สมมาตร และรองรับขนาดวงกบตามความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยอย่าง 120 เซนติเมตร | ให้ความรู้สึกสมมาตร เหมาะกับบ้านสไตล์คลาสสิกหรือหน้าบ้านที่ต้องการเปิดโล่งเต็มที่ |
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประตูบานแม่ลูก
ประตูบานแม่ลูกน้ำหนักเท่าไหร่ ติดตั้งเองได้หรือไม่?
ประตูบานแม่ลูก 1 ชุดหนักประมาณ 60 ถึง 85 กิโลกรัม โดยบานแม่เพียงบานเดียวอาจหนักราว 30 ถึง 45 กิโลกรัม ไม่แนะนำให้ติดตั้งโดยช่างที่ไม่มีประสบการณ์ด้านติดตั้งบานแม่ลูก และควรใช้อย่างน้อย 2 คนพยุงบานให้ได้ระดับขณะยึดสกรู หากติดตั้งผิดพลาดบานจะแอ่นตัว ปิดไม่สนิท และรั่วซึมเมื่อฝนตก ทั้งยังอาจทำให้ประกันสินค้าเป็นโมฆะ
บานแม่ลูกกันน้ำกันฝนสาดได้ดีแค่ไหน
ระดับการป้องกันน้ำตรวจสอบได้จากค่า W-Grade ของประตู แบรนด์ญี่ปุ่นทดสอบตามมาตรฐาน JIS แบ่งเป็น W-1 ถึง W-5 บ้านทั่วไปมักใช้ระดับ W-3 ขึ้นไป จุดที่รั่วง่ายที่สุดคือรอยต่อกลางระหว่างบานแม่กับบานลูก จึงต้องอาศัยแผ่นซีลทับขอบและการติดตั้งที่ได้ระดับจึงจะกันฝนสาดได้ดี
ประตูบานแม่ลูกใช้กระจกแบบไหนปลอดภัยที่สุด
กระจกเทมเปอร์ตามมาตรฐาน มอก. 965-2560 ปลอดภัยที่สุด เพราะเมื่อแตกจะแตกเป็นเม็ดเล็กคล้ายเม็ดข้าวโพดแทนเสี้ยนแหลมคม นิยมใช้ความหนา 6 มิลลิเมตร หากต้องการเพิ่มการกันขโมย ควรเลือกกระจกลามิเนตที่มีฟิล์มยึดเศษกระจกไว้ โดยเฉพาะบานแม่ที่รับแรงกระแทกและอยู่ใกล้มือจับมากที่สุด



